สมาคมได้ร่วมมือกับโรงเรียนบ้านห้วยกุ้งในการจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับนักเรียนในชุมชน โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกฝังความรู้และทักษะให้กับเด็กตั้งแต่วัยเรียน เพื่อให้เมื่อเติบโตขึ้นเด็ก ๆ จะมีความรู้ติดตัว สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา

กิจกรรมนี้เน้นการเรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัว โดยเริ่มต้นจากการทำอาหารพื้นบ้านของชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างอาหารที่นำมาถ่ายทอดให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติ ได้แก่ ข้าวปุ๊ก และ ต่าพอเพาะ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชุมชนกะเหรี่ยง วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารล้วนเป็นวัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่ายในชุมชน เช่น ข้าว พืชผัก หรือเครื่องปรุงพื้นบ้านต่าง ๆ บางอย่างยังสามารถปลูกและเก็บเกี่ยวได้ภายในชุมชนเอง การเรียนรู้ในลักษณะนี้ทำให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาหาร วิถีชีวิต และทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนของตน

วัตถุประสงค์ของกิจกรรม คือ เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาด้านอาหารพื้นบ้านของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การถนอมอาหาร หรือการแปรรูปวัตถุดิบจากธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เห็นคุณค่าและสามารถสืบทอดวัฒนธรรมการกินอยู่ของชุมชนต่อไปในอนาคต นอกจากนี้กิจกรรมยังช่วยเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการทำงานร่วมกัน การสังเกต และการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมนี้ คือ เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และมีโอกาสลงมือทำอาหารด้วยตนเอง ทำให้เข้าใจขั้นตอนการทำอาหารตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการปรุงอาหาร เด็ก ๆ ได้รู้ว่าวัตถุดิบแต่ละอย่างมาจากไหน และมีความสำคัญอย่างไรต่ออาหารที่ทำ นอกจากนี้ยังช่วยปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านของชาวกะเหรี่ยงให้คงอยู่ต่อไป เด็กหลายคนสามารถอธิบายได้ว่าอาหารที่ตนทำมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และบางคนยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปลองทำที่บ้านกับครอบครัวได้อีกด้วย

กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการสอนทำอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชุมชน ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง และสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาและสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่กับชุมชนต่อไป.