ป่าผู้หญิง (เก่อ เนอ หมื่อ) พื้นที่ป่าที่กลุ่มผู้หญิงในชุมชนลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในการดูแลและจัดการ ไม่ได้มีเพียงการเก็บของป่า แต่ยังต่อยอดใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ทั้งการนำเปลือกไม้มาทำสีธรรมชาติย้อมผ้า การใช้สมุนไพรพื้นบ้านมาทำยาดม ยาอบ สมุนไพรแช่เท้า ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ทุกเดือนกลุ่มผู้หญิงจะเข้าไปตรวจสอบความสมบูรณ์ของป่า ดูว่าต้นไม้ที่ปลูกยังอยู่ครบหรือไม่ หากมีที่ตายไปก็จะปลูกเสริมใหม่

การปลูกป่าเสริมในป่าผู้หญิงจึงเป็นอีกกิจกรรมสำคัญที่ทำให้ป่าแห่งนี้ยังคงความสมบูรณ์อยู่เสมอ โดยในแต่ละปีจะมีการปลูกเพิ่มสองรอบ คือในช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน เพื่อให้ต้นไม้มีโอกาสรอดสูงและเติบโตได้อย่างแข็งแรง นอกจากการปลูกซ่อมต้นไม้ที่ตายไปแล้ว ยังมีการปลูกเพิ่มพันธุ์ไม้พื้นถิ่นที่มีความสำคัญทั้งด้านอาหาร ยา และวัตถุดิบสำหรับงานหัตถกรรม การปลูกป่าเสริมนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนต้นไม้ แต่เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศไปพร้อมกับการรักษาวิถีชีวิตของชุมชนให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างมั่นคง

แม้จะเรียกว่า “ป่าผู้หญิง” แต่ความจริงแล้วผู้ชายก็สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน เพียงแต่ป่านี้ถูกจัดการโดยกลุ่มสตรี ซึ่งเป็นการพลิกมุมมองใหม่ให้กับสังคม เพราะที่ผ่านมา การจัดการป่ามักถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้ชาย การเกิดขึ้นของป่าผู้หญิงจึงสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงเองก็มีศักยภาพในการเป็นผู้นำ สามารถจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันให้กับคนทุกเพศทุกวัย ทำให้ป่าผู้หญิงไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่สีเขียวที่ชุมชนภาคภูมิใจ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังผู้หญิงที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านได้อย่างกลมกลืน